จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556




แวะเข้ามาปัดฝุ่น ฝุ่นเกรอะกรัง ขยะรกรุงรัง ในวันที่ฉันหลงลืมเธอ

กาลครั้งหนึ่งเคยมีบล็อก และเมื่อวันวานผ่านเลยไป ฉันกลับลืมเลือน


มีวันหยุดหนึ่งวัน อยากให้หนึ่งวันนี้เป็นวันที่ยาวนานที่สุดในโลก
เวลาเดินเร็วเหลือเกิน
ฉันยังไม่หายเหนื่อยจากเมื่อวาน เมื่อวานซืน และหลายวันก่อน

เมื่อเติบโต ภาระและหน้าที่ย่อมมากขึ้น
ฉันอยากจะผละมันออกไป
ทว่า..คงต้องกัดก้อนเกลือ

สำเหนียกได้ว่า เมื่อดำรงตนอยู่ในหน้าที่
ฉันคงต้องทำหน้าทีนี้ให้ดีที่สุด

แม้ว่าระหว่างทาง อาจพบเจอผู้คนที่อยากจะต่อยหน้า
แต่ทำได้เพียง..ทำใจ..

เมื่อก้าวเข้ามาระบบระบอบ ก็คงต้องทำใจยอมรับ
แม้ว่าฉะนจะเกลียดมันยิ่งนักก็ตาม

ถ้าเพียงแต่..เป็นครู ฉันคงจะมีความสุข

ทว่า ระหว่างทาง
ยังต้องพบและเจอกับผู้คนหลากหลาย
และฉันจะต้องอยู่กับมันอีกนาน

เฮ้อ


เหนื่อยจัง


พรุ่งนี้เริ่มสัปดาห์ที่สอง
วิชาเอกตัวใหม่ แล้วฉันจะพร้อมไหม
ความรู้ในสมองกลวงๆจะสามารถไหม


คิดถึงเทะเลเมืองตรัง
คิดถึงเกาะไหงเมื่อเมษาที่พ้นผ่าน

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553





บี๋ คณาคำ ฉันหรือเธอ LYRICS


เกิดเป็นความสับสนใจฉัน
ที่ยิ่งนานยิ่งเหมือนเธอห่างเหิน
ช่วงเวลาที่รักเคยอุ่นใจ
ไม่เห็นเป็นอย่างเคย
เหมือนเธอห่างไกล

สบตากันแต่ฉันยังอ้างว้าง
ความจืดจางที่ฉันไม่เข้าใจ
ว่ามันเป็นเพราะฉันมันเริ่มชิน
กับรักที่มากมาย
หรือว่าเธอรักฉันน้อยลง

หากเธอยังรักเหมือนเก่า
ก็คงจะเป็นเพราะฉันเอง
ที่เริ่มต้องการมากมายเกินไป
ที่เรียกร้องไม่เคยเพียงพอ หรือเพราะอะไร

อยากรู้ รักเรา หวั่นไหว เป็นฉันหรือเธอที่เปลี่ยนไป

ก็ยังคงสับสนใจความรัก
ที่ยิ่งนานยิ่งเหมือนมันเปลี่ยนแปลง
อยากจะทำให้รักเราอุ่นใจ
ให้ฝันไม่อ่อนแรง
เหมือนมันยากไป

สบตากันแต่ฉันยังอ้างว้าง
ความจืดจางที่ฉันไม่เข้าใจ
ว่ามันเป็นเพราะฉันมันเริ่มชิน
กับรักที่มากมาย
หรือว่าเธอรักฉันน้อยลง

หากเธอยังรักเหมือนเก่า
ก็คงจะเป็นเพราะฉันเอง
ที่เริ่มต้องการมากมายเกินไป
ที่เรียกร้องไม่เคยเพียงพอ หรือเพราะอะไร

อยากรู้ รักเรา หวั่นไหว เป็นเพราะอะไร
อยากรู้ รักเรา กลับหลาย เป็นฉันหรือเธอที่เปลี่ยนไป

เป็นฉันหรือเธอที่เปลี่ยนไป

ยังหวังว่าเธอไม่เปลี่ยนแปลง

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

When I am Dead, My Dearest .

When I am Dead, My Dearest 
by Christina Georgina Rossetti(1830-1894)




When I am dead , my dearest 
 Sing no sad song for me,
 Plant thou no roses at my head,
 Nor shady cypress tree,
 Be the greer grass above me 
With showers and dew drops wet, 
And if thou wilt , remember, 
 And if thou wilt, forget.
   
I shall not see the shadows, 
I shall not feel the rain 
I shall not hear the nightingale 
Sing on, as if in pain, 
And dreamming throught the twillight 
That doth not rise nor set, 
Haply I may remember, 
And haply my forget.
_____________________ .
  
(ถอดความเมื่อ สิงหาคม ๒๕๔๖)


เมื่อฉันตายมลายสิ้นสุดที่รัก
 ใจฉันปักกับใจเธอทุกแห่ง 
หนอย่าครวญเพลงเศร้าโศกให้กังวล 
ต้องฝืนทนกลืนกล้ำเคล้าน้ำตา 


ได้โปรดเถิดที่รักฉันวิงวอน 
เหนือหลุมศพอาทรฉันเพรียกหา
 แม้นกุหลาบเงาไซปรัสให้ร้างลา 
คงแต่หญ้าเขียวขจีทุกวี่วัน
  
หยาดฝนโปรยห่มหญ้าระเริงรื่น 
น้ำค้างชื่นเกาะเกี่ยวคู่สู่ทางฝัน 
หากวันหนึ่งเธอเศร้าโศกพลัน 
จะจดจำฤๅลืมเลือนห้วงแห่งใด 


ฉันหลับนิ่งใต้แผ่นภพ
 ต้องประสบทุกหนาวเหน็บฤไฉน
ไร้ร่องรอยร่มเงาแห่งหัวใจ 
หรือหนึ่งฝนหนึ่งใจนั้นจากลา 


ไนติงเกลครวญเพลงข้างหูฉัน 
ถึงทางตันพร่าเลือนให้ผวา 
เหมือนบาดลึกทรวงเร้าวร้าร้าวอุรา
 ดั่งกายาร่าวร้อนอุราราน 


เคลิ้มหลับฝันเย็นย่ำยามสายัณห์ 
แสงตะวันมิทันตื่นมาขับขาน
 บางขณะจดจำได้ยาวนาน 
ฤๅเลือนลางพานพบจบนิรันดร์.




(สิงหา ๕๓)

ฟ้าสีฟ้า 
ดอกไม้เริงรื่น
นานเท่าไร
ที่ฉันห่างหาย
จากมวลดอกไม้ หลากหลายพันธุ์
แล้วสักวัน ฉันจะกลับมาหาความสดใสแห่งพวกเธอ.
 
ปล. แวววิเชียรสีชมพู @ พระราชวังสนามจันทร์ ๒๕๕๓.

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กาแฟดำในแก้วใบเก่า

ฉันนั่งดื่มด่ำกับกาแฟดำยามเช้า
เสียงตอกเสาเข็มเริ่มทำงาน
สมองอันกลวงเปล่าเริ่มงุนงง

ฉันนั่งจิบกาแฟดำจากแก้วใบเก่า
เหมือนว่าเราเคยคุ้น -- นานแสนนาน
เช้านี้ไม่เหมือนกับเช้าวันก่อน
เพราะเสียงเสาเข็มเข้ามารุกราน
พื้นที่ที่เคยว่างกลับไม่ว่างอีกต่อไป

เมื่อกาแฟดำหมดแก้ว
ฉันจำต้องสละห้องสี่เหลี่ยม
ให้กับเสียงตอกเสาเข็มนั้น

เช้านี้ -- ฉันจึงต้องออกเดินทาง
เพื่อตามหามุมสงบให้กลับคืน.

(๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓)